ESG กับ SDGs ต่างกันอย่างไร? องค์กรควรโฟกัสแบบไหนก่อน
ESG กับ SDGs ต่างกันอย่างไร? องค์กรควรโฟกัสแบบไหนก่อน
\
ในยุคที่โลกกำลังเผชิญความท้าทายทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ ธุรกิจจำเป็นต้องเลือกแนวทางพัฒนาอย่างยั่งยืนให้เหมาะกับองค์กร หลายคนอาจสับสนระหว่าง ESG และ SDGs ว่ามีความหมายเหมือนกันหรือไม่ และองค์กรควรเริ่มจากอะไรก่อน บทความนี้จะช่วยอธิบายความแตกต่าง บทบาท และวิธีนำไปใช้จริง รวมถึงทางเลือกด้านเทคโนโลยีที่ช่วยให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้นจาก Schneider Electric
ESG และ SDGs คืออะไร?
ESG คือแนวคิดสำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนในการประเมินการดำเนินงานของธุรกิจใน 3 มิติ ได้แก่ สิ่งแวดล้อม (Environment), สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) เพื่อบริหารความเสี่ยงและเพิ่มความโปร่งใส ส่วน SDGs หรือ Sustainable Development Goals คือเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ข้อ ที่สหประชาชาติกำหนดเพื่อให้โลกเดินหน้าอย่างสมดุล ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม สำหรับภาคธุรกิจ SDGs เป็นเหมือนกรอบทิศทางใหญ่ที่ทุกองค์กรสามารถใช้ตั้งเป้าการพัฒนาระยะยาวได้
ความแตกต่างระหว่าง ESG และ SDGs
แม้ ESG และ SDGs จะสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนเหมือนกัน แต่มีบทบาทที่ต่างกันชัดเจน ESG เน้น “กระบวนการดำเนินงานภายในองค์กร” เช่น การลดคาร์บอน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรม และธรรมาภิบาลที่ดี ในขณะที่ SDGs เป็น “เป้าหมายระดับโลก” ที่ใช้เป็นทิศทางให้ธุรกิจตั้งเป้าระยะยาว เช่น ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ความเท่าเทียมทางเพศ หรือการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า กล่าวง่าย ๆ SDGs คือวิสัยทัศน์ ส่วน ESG คือวิธีปฏิบัติที่จะทำให้ไปถึงเป้าหมาย
ทำไมองค์กรถึงต้องให้ความสำคัญกับ ESG
ลดความเสี่ยงทางธุรกิจและกฎระเบียบ ESG ช่วยให้องค์กรประเมินและบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ทำให้พร้อมรับกฎหมายใหม่ ๆ เช่น กฎหมายการปล่อยคาร์บอน
เพิ่มความน่าเชื่อถือขององค์กรและแบรนด์ ลูกค้า นักลงทุน และคู่ค้าทั่วโลกเลือกทำงานกับบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น ESG จึงเป็นตัวสร้างความเชื่อมั่นโดยตรง
เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน นักลงทุนและสถาบันการเงินให้คะแนนพิเศษกับธุรกิจที่มีมาตรฐาน ESG สูง ทำให้การขอเงินทุนหรือเข้าตลาดทุนง่ายและมีเงื่อนไขที่ดีกว่า
ช่วยลดต้นทุนในระยะยาว การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดของเสีย และเพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานได้จริง
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร องค์กรที่มีแนวปฏิบัติด้าน ESG ชัดเจน มักมีโครงสร้างการทำงานที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใสมากขึ้น
ดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพ คนรุ่นใหม่เลือกทำงานกับองค์กรที่มีจุดยืนด้านสิ่งแวดล้อมและมีความรับผิดชอบต่อสังคม ทำให้ ESG เป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาคนเก่ง
สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ธุรกิจที่มีเป้าหมายด้าน ESG ชัดเจนมักปรับตัวได้เร็วกว่าในสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง และมีโอกาสเติบโตยั่งยืนกว่า
ตอบโจทย์ความคาดหวังของผู้บริโภคยุคใหม่ ลูกค้าเลือกแบรนด์ที่ “มีคุณค่า” มากกว่าแค่คุณภาพสินค้า ESG ทำให้สินค้าและบริการมีความหมายต่อสังคมมากขึ้น
ทำไม SDGs ถึงมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดทิศทางในระยะยาว
SDGs ทำหน้าที่เป็นกรอบมาตรฐานกลางที่ทุกภาคส่วนทั่วโลกยึดถือร่วมกัน จึงช่วยให้องค์กรกำหนดเป้าหมายระยะยาวที่ชัดเจนและสอดคล้องกับทิศทางสากล ไม่ว่าจะเป็นการลดโลกร้อน การบริหารจัดการพลังงาน หรือการลดความเหลื่อมล้ำ ธุรกิจที่ยึด SDGs เป็นแนวทางมักสร้างคุณค่าร่วม (shared value) ที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งองค์กรและสังคม พร้อมทั้งช่วยให้แบรนด์มีภาพลักษณ์ที่ดีและเป็นผู้เล่นสำคัญในการขับเคลื่อนโลกไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน
แล้วองค์กรควรโฟกัสแบบไหนก่อน? ESG หรือ SDGs
คำตอบคือขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นขององค์กร หากต้องการปรับปรุงการดำเนินงานภายใน เช่น ลดต้นทุนพลังงาน เพิ่มความโปร่งใส และลดความเสี่ยง ควรเริ่มจาก ESG เพราะนำไปปฏิบัติได้ทันที ส่วน SDGs เหมาะสำหรับการวางทิศทางในภาพรวมและการกำหนดกลยุทธ์ระดับองค์กรระยะยาว อย่างไรก็ตาม ESG และ SDGs ไม่ได้แยกจากกันโดยสิ้นเชิง แต่ควรใช้ควบคู่เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ยั่งยืนที่สุด
วิธีผสาน ESG และ SDGs ให้เกิดผลลัพธ์จริงในองค์กร
เริ่มจากการวิเคราะห์ว่าธุรกิจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมด้านใดมากที่สุด แล้วกำหนด ESG KPI ที่ชัดเจน เช่น ลดคาร์บอน 20% ภายใน 3 ปี จากนั้นเชื่อมโยง KPI เหล่านี้เข้ากับ SDGs ที่สอดคล้อง เช่น SDG 7 (พลังงานสะอาด), SDG 12 (การผลิตที่ยั่งยืน), SDG 13 (การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) เมื่อมีกรอบทั้งเชิงกลยุทธ์และเชิงปฏิบัติ ก็จะช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าอย่างเป็นระบบ วัดผลได้ และสร้างผลลัพธ์จริง
โซลูชันจาก Schneider Electric ที่ช่วยสนับสนุน ESG และ SDGs ในองค์กร
Schneider Electric มุ่งพัฒนาโซลูชันด้านพลังงานและดิจิทัลที่ช่วยให้องค์กรลดคาร์บอน ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างระบบที่ยั่งยืน เช่น EcoStruxure ที่ช่วยบริหารจัดการพลังงานแบบเรียลไทม์ โซลูชัน Microgrid สำหรับองค์กรที่ต้องการใช้พลังงานสะอาด ระบบ Automation ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และบริการ Sustainability Consulting ที่ช่วยวางกลยุทธ์ด้าน ESG และ SDGs อย่างครบวงจร ทำให้ธุรกิจเดินหน้าสู่ Net Zero ได้อย่างมั่นใจ
นอกจากนี้ ที่ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ยังมีอุปกรณ์และโซลูชั่นด้านไฟฟ้า พลังงาน และโซลูชั่นด้านความยั่งยืนอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สวิตช์ไฟ เซอร์กิตเบรกเกอร์ ตู้โหลดเซ็นเตอร์ scada software, surge protector โซลูชั่น อาคารอัจฉริยะ และอื่นๆ อีกมากมาย สามารถเลือกชมผลิตภัณฑ์ได้ที่เว็บ www.se.com หรือ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทางศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ ได้เลย
ติดตามเรื่องราวดี ๆ จาก ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ที่
เว็บไซต์: www.se.com
Facebook: Schneider Electric
Instagram: schneiderelectric_th
LinkedIn: Schneider Electric
Lazada: Schneider Electric
Shopee: Schneider Electric official
LINE Official: ชไนเดอร์ อิเล็คทริค
Comments
Post a Comment